คุณครูปรีดา คูณวงษ์

ชื่อเรื่อง          การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อะตอมและพันธะเคมี โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5Es สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้ศึกษา           นายปรีดา  คูณวงษ์  ตำแหน่ง ครู   วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

หน่วยงานที่สังกัด   โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ

ปีที่พิมพ์          2561

บทคัดย่อ

           การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อะตอมและพันธะเคมี โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ     หาความรู้ 5Es สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา   ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5Es เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน    ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ศึกษาพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียน และศึกษาความ         พึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อะตอมและพันธะเคมี โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5Es กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/4 โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม ที่เรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพิ่มเติม วิชาเคมีเบื้องต้น ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 41 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Pre Experimental Designs) ใช้รูปแบบหนึ่งกลุ่มสอบก่อน-สอบหลัง (One Group Pretest-Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมและแผนการจัดการเรียนรู้สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อะตอมและพันธะเคมี โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5Es สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) แบบทดสอบ  วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง อะตอมและพันธะเคมี เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ 3) แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ประกอบด้วยรายการประเมิน จำนวน 11 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อะตอมและพันธะเคมี วิชาเคมีเบื้องต้น จำนวน 1 ชุด มีข้อคำถาม 15 ข้อ  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ t-test แบบ Dependent Group และนำข้อค้นพบมาสรุปในเชิงพรรณนาวิเคราะห์ ประเมินสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งนำไปสู่การสรุปผลการวิจัย

ผลการวิจัย พบว่า

  1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อะตอมและพันธะเคมี ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.24 /81.95 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
  2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อะตอมและพันธะเคมี สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
  3. นักเรียนมีพฤติกรรมการทำงานกลุ่มในการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อะตอมและพันธะเคมี อยู่ในระดับดี
  4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อะตอมและพันธะเคมี วิชาเคมีเบื้องต้น โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5Es อยู่ในระดับมาก